=

REVIEW ประสบการณ์ทำงานกับ Snoopy ที่ Carowinds

REVIEW ประสบการณ์ทำงานกับ Snoopy ที่ Carowinds by น้องซูยุ OEGWAT2018

 

    


 

เราทำงานที่สวนสนุก Carowinds ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างรัฐ North Carolina และ South Carolina ซึ่งเป็นที่มาของฉายาที่ว่า

Carowinds, Where the Carolinas come together

นี่ก็เดินผ่านเส้นแบ่งเขตทุกวัน แอบกระซิบบอกว่าราคาสองฝั่งไม่เท่ากันนาจาา 555555555



 

Work work work work !!!

ตำแหน่งงานของเราคือ Food & Beverage ร้านที่ได้ทำคือ Camp Cookout เป็นร้านขายอาหารอยู่ใน Theme Park โซนที่เปิดใหม่ เป็น Theme Camp Snoopy เป็นโซนของเด็กน้อยน่ารักเต็มไปหมด โชคดีมากๆๆๆ หน้าที่ของเรามีหลายอย่างแล้วแต่วัน แต่ที่เป็นบ่อยๆจะมีอยู่ 2 อย่าง คือ Frontline ก็คือเป็นคนรับออเดอร์และจัดส่งอาหารให้ลูกค้า คอยบอกคนทำอาหารว่าอาหารอันไหนใกล้หมดบ้างแล้ว และ Register หรือคือแคชเชียร์นั่นแหละ เราเคยได้ Amazon Voucher $25 เป็นรางวัลตอนทำงานด้วยยย เพราะทำงานได้ดี และตอนนั้นมีคนจากสปอนเซอร์ของสวน คือ Coke มาตรวจ

ช่วงวันแรก ๆ นั่นแหละทำให้เราระลึกได้ว่าภาษาสำคัญแค่ไหน เราพยายามปรับตัวแต่แทบไม่ได้คุยกับเพื่อนร่วมงานเลย สักพักเราเริ่มเปิดใจ และเริ่มชวนเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนอเมริกันคุยก่อน จากที่เราเคยคิดว่าเค้าเงียบ เค้าไม่อยากคุยกับเรา แต่มันไม่ใช่เลย ทุกคน nice มาก ทุกคนพร้อมจะช่วยเหลือเรา ประมาณ 1 สัปดาห์ เราก็คุยกับเพื่อนร่วมงานได้ ทำงานคล่องขึ้น เราไปทำงานอย่างมีความสุข สนุก และท้าทาย แม้จะยังเหนื่อยกายเหมือนเดิม แต่ไม่เหนื่อยใจเรื่องปรับตัวแล้ว เรามีเพื่อนร่วมงานที่ดี และได้ทำงานในสถานที่ที่เรารักและมีแต่เด็กๆน่ารักเต็มไปหมด 


ก็อย่างที่พี่ OEG เคยบอก ยิ่งเราปรับตัวได้เร็วแค่ไหน 
เราก็ยิ่งสนุกเร็วขึ้นเท่านั้น


สำหรับที่ทำงานของเรา สัปดาห์หนึ่งเขาจะบังคับให้มีวันหยุด 2 วัน สุ่มเอาว่าจะได้วันไหน แต่เราก็สามารถ request เองได้ หรือถ้าอยากหยุดพร้อมกับเพื่อนก็ request วันเดียวกันไปเลยย



Great Carolina Fest
ช่วงวันที่ 9-24 มิถุนายน มีงาน Festival งานใหม่จัดขึ้นปีนี้ปีแรก และแน่นอนเราก็คือผู้โชคดีได้ทำงานนี้ด้วยจ้าา 5555555

เราดีใจ และภูมิใจนำเสนอที่ได้ทำงานนี้มาก ๆ ชื่องานว่า Great Carolina Fest

ซึ่งรวมเอาเอาอาหารดังของ South Carolina และ North Carolina มาไว้ด้วยกัน เยอะมากกกก ทั้ง Crispy Banana Pudding, Bourbon Peach Pie, Roasted Corn, Bacon-Wrapped Quail, Shrimp & Grits และ Pulled Pork Spring Roll ซึ่ง เราได้ใส่เสื้อเชฟ และเป็นคนปรุงอาหารต่อหน้าลูกค้า! คนที่ไม่เคยทำอาหารเลยแบบเราก็เลยได้ลองทั้ง ทอด ผัด ปิ้ง ย่าง ม้วน จัดแต่งจาน นู่นนี่สารพัด ดั่งเชฟกระทะเหล็ก



    

 



Say Hi to my Charlotte
เมืองที่เราอยู่ก็คือ Charlotte  รัฐ North Carolina ตัวเมืองห่างจากที่เราทำงานแค่ประมาณ 15-20 นาทีเท่านั้น 
จำได้ว่า เที่ยว Charlotte ครั้งแรกเราไม่ได้วางแผน ระหว่างนั่งรถเข้าเมืองก็ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ แล้วก็ค้นพบว่า สถานที่แนะนำของทุกเว็บก็คือ สวนสนุก Carowinds ที่ที่เราไปทำงานอยู่ทุกวันนั่นเอง 555555 

Charlotte เป็นเมืองสวย ค่อนข้างสงบ และดูมีความชิค ชิวๆ คูลๆ มาก มีสวนสวยด้านหลังเป็นวิวเมืองให้ไปนั่งเล่น และบังเอิญมาก ตอนที่เราไปบังเอิญตรงกับเทศกาล Taste of Charlotte พอดี (ช่วงกลางเดือนมิถุนายน) มีดนตรีสด และมีบูธอาหารมาเปิดตลอดแนวถนน มีการแสดงเปิดหมวกให้ดูด้วย จริงๆที่นี่มี Event บ่อยมาก สามารถดู Event Calendar ได้ทางเว็บไซต์ charlottecentercity.org สะดวกมากๆ 



Charlotte Premium Outlets
ที่อเมริกา Outlet นี่ขึ้นชื่อเรื่องของถูกของดีอยู่แล้ว Outlet ที่เมือง Charlette ค่อนข้างใหญ่ มีหลายแบรนด์ให้เลือกจนตาลายไปหมด ไปสืบราคามา แบรนด์เนม เช่น Coach, Michael Kors, Kade Spade นี่ราคาค่อนข้างถูกกว่าไทยมาก ร้านใหญ่ มีของให้เลือกเยอะ ลดกันกระหน่ำไม่ต้องซัมเมอร์ก็ยัง Sale 5555555 ตอนที่ไปนี่ลด 60% กันเลยทีเดียว
 


กิน เที่ยว ช็อป อยู่ที่นี่สุดชิล
อย่างแรกที่ขาดแล้วเหมือนขาดใจ คือ Walmart ซึ่งเป็นเหมือนซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ที่มีของทุกอย่างที่คุณต้องการ ทั้งเสบียงอาหารสด อาหารแห้ง ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ถ้าจะให้บอกว่าเสียเงินกับการชอปปิ้งที่ไหนมากที่สุด ก็ที่นี่แหละ เสียเงินกับของกิน ไม่เคยเสียดายอยู่แล้ว 55555555

ต่อมาหลังจากมีเสบียงเต็มห้อง ก็ได้เวลาไปช็อปปิ้งสวย ๆ ที่ห้างสรรพสินค้ากันบ้าง ที่นี่จะมีห้างหลายที่มาก เราได้ลองไปห้างหลายแห่งมากๆ ก็จะมีสินค้าแบรนด์ต่างๆ ระดับความหรูหราแตกต่างกันไป ราคาก็แตกต่างกันไปเช่นกัน 
แต่ที่เหมือนกันทุกห้างคือ จะมีฟู๊ดคอร์ทที่มีร้านขายอาหารจีนหรือบางทีก็เขียนว่าอาหารไทย จะเป็นร้านที่จะให้เลือกว่าจะเอาข้าวผัดหรือเส้น หลังจากได้ลองชิมมาหลายๆร้าน ทุกคนลงความเห็นว่า ไว้มากินช่วยให้หายคิดถึงอาหารเอเชียได้ แต่รสชาติก็ไม่ค่อยเหมือนอาหารจีนหรือไทยเท่าไร

ขอพูดถึงเรื่องการดูหนังของที่นี่บ้าง เราชอบโรงหนังของที่นี่มาก จริงๆเคยมีโอกาสได้ไปดู 2 เรื่อง 2 โรง คือ The Incredibles 2 และ Antman ซึ่งโรงหนังที่นี่จะมีทั้งแบบจองที่ล่วงหน้าไม่ได้ กับให้จองที่ล่วงหน้า (เหมือนที่ไทย) แต่โรง IMAX เบาะโซฟาใหญ่และปรับเอนนอนได้ สบายสุดดดด 



    
 

นอกจากนี้ เราได้มีโอกาสไปดูบอลคู่ Liverpool FC VS Borussia Dortmund ที่มาจัดที่สนามใน Charlotte ออกตัวก่อนเลยว่าไม่ได้เป็นคนชอบดูบอลหรืออินมากแต่อย่างใด แต่ก็คิดว่าไหนๆทีมใหญ่ 2 ทีม มาเตะให้ดูถึงที่ละ ก็ไปหน่อยละกัน อยากไปเห็นบรรยากาศการเชียร์บอลของคนที่นี่ พอไปถึงคือคนเยอะมากกกกก วันนั้นมีคนไปดูบอลคู่นี้มากกว่า 55,000 คน บรรยากาศคือคึกคักมาก ขนาดเราไม่ใช่แฟนบอลเรายังรู้สึกสนุกไปด้วยเลย เห็นได้จริงๆว่าคนที่เป็นแฟนคลับ ไม่ว่าทีมที่ตัวเองชอบจะเป็นยังไง จะแพ้จะชนะ เค้าก็รักของเค้าและพร้อมจะซับพอร์ตทีมเสมอ
 

ฟรี! Cultural Activities เพียบ! Carowinds จัดทริปพาเที่ยว!
Washington D.C. – เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ระหว่างรัฐ Maryland และ Virginia เรามีเวลาเที่ยวที่นี่แค่วันเดียว เพราะเป็น One-Day Trip ของ Carowinds และวันที่ไปก็ฝนตกทั้งวันด้วย แต่ถึงมีเวลาแค่นั้นเราก็รู้สึกได้ว่าเมืองนี้มีเสน่ห์มากๆ ดูสงบ น่าอยู่ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วย Museum และที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย

Myrtle Beach, South Carolina - เมืองติดทะเล คล้ายพัทยา บรรยากาศของที่นี่ค่อนข้างที่จะแตกต่างออกไปจากเมืองไทย และมีกิจกรรมให้ทำเยอะเลย มี Ripley 5 ที่ให้เข้าฟรีด้วย เพราะเป็นสวัสดิการของ Carowinds เริ่ด ๆ ถ้าจำไม่ผิดเคยเห็นงานของพี่ OEG อยู่ที่นี่เยอะเหมือนกัน 

นอกจากจัดทริปพาเที่ยวแล้ว ความโชคดีก็คือ ที่ Carowinds จะมีการจัดกิจกรรมอยู่เรื่อยๆ ให้สมัครลงชื่อพาไปทำกิจกรรมต่าง ๆ แบบฟรี ๆ

กิจกรรมแรกที่เราได้ทำก็คือ การไปดูเบสบอล ซึ่งปกติดูกีฬาไม่ค่อยจะเป็นอยู่แล้ว แล้วก็ไม่เคยดูเลย สรุปพอไปถึงตอนแรกๆดูไปแบบเอ๋อๆเลยจ่ะ เพราะไม่เข้าใจกติกาเลย แต่ก็มีเพื่อนที่เข้าใจคอยอธิบายให้ฟังอยู่

บรรยากาศการดูเบสบอลของคนที่นี่เค้าจะอินมากๆ มีส่วนร่วมในเกมตลอดเวลา ระหว่างที่แข่งอยู่ ก็จะมีการให้คนดูปรบมือบ้าง มีโฆษณาบ้าง เราชอบการทำโฆษณาของที่นี่มาก อย่างเช่น กำลังโฆษณาร้านหมอฟัน กล้องก็จะฉายสุ่มไปที่คนดูแล้วให้แต่ละคนยิ้มยิงฟันใส่กล้องฉายขึ้นจอใหญ่ 5555

กิจกรรมที่สองก็คือ Hiking หรือการเดินป่านั่นเอง เค้าจะให้มาแค่แผนที่แล้วก็อธิบายสัญลักษณ์ต่างๆ แต่ก็ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่มาเดินกับเราด้วยนะ เราต้องเดินไปกันเอง ดูสัญลักษณ์กันเอง ก็สนุกดีนะ ตอนแรกนึกว่าไม่เหนื่อย เดินไปเดินมานี่หอบเลยจ้าาา พอถึงจุดหมายปลายทางนี่แทบกรีดร้อง

 


 

Friendship Beyond Frontier
มาอยู่ที่นี่ เราไม่ได้มีเพื่อนแค่เป็นชาวอเมริกัน แต่เรายังได้เจอเพื่อนต่างชาติที่มาโครงการ Work and Travel เหมือนกัน เรามีเพื่อนเป็นทั้ง ฟิลิปปินส์ จีน มอลโดวา (อเมซิ่งมาก ไม่เคยรู้จักประเทศนี้ เจอเพื่อนถึงรู้ว่า อ๋อ อยู่ระหว่างตุรกีกับยูเครน) 
เพื่อนบางคนก็ทำงานด้วยกัน บางคนก็เจอกันที่ที่พัก คนพวกนี้เราสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง เวลาปาร์ตี้กันก็จะตลกมากๆ ยิ่งคนที่ทำงานด้วยกันจะยิ่งคุยด้วยสนุกมากๆ เพราะว่าหัวอกเดียวกัน เข้าใจกันเป็นอย่างดี ฮ่า ๆ 

เราได้มีโอกาสทำอาหารไทยให้พวกเค้ากิน และก็ได้กินอาหารฟิลิปปินส์ อาหารจีนที่เพื่อนทำให้ด้วย ได้ฝึกภาษาใหม่ๆ ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและได้รู้เรื่องราวใหม่ๆของแต่ละประเทศที่เราไม่เคยรู้มาก่อน แน่นอนว่าประเทศจีนและฟิลิปปินส์กลายเป็น Travel Wish List ของเราไปเรียบร้อย และเราต้องได้ไปเที่ยวในเร็ววันนี้แน่นอนแล้วก็มีไกด์แล้วด้วย เย้

ไม่น่าเชื่อว่าการมาที่นี่จะทำให้เราได้เพื่อนใหม่มากมายขนาดนี้ มิตรภาพที่ไม่จำเป็นต้องมีภาษาเป็นอุปสรรค ไม่มีเส้นแบ่งเส้นกั้นใดๆ ถึงแม้จะพูดคนละภาษา มาจากคนละที่ การใช้ชีวิตก็ไม่เหมือนกัน แต่เราก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้จริงๆ ^^

 

    



Work Life Balance! เราไปเที่ยวกันนน 
ในตอนนี้เราจะพูดถึงที่ที่เราได้ไปเที่ยวมาตลอดระยะเวลา 3 เดือนในสหรัฐอเมริกาเลย เริ่ม!
ลงเครื่องปุ๊บ เท้าเหยียบอเมริกา งานการยังไม่ทำ เมืองแรก!

New York City - เราแวะมหานครนิวยอร์กก่อนเลย เมืองแห่งแสงสีเสียง เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ในตัวเองมากๆ และมีความวุ่นวายที่เป็นเอกลักษณ์ คนที่ชอบดูหนังฝรั่งบ่อยๆ น่าจะชอบ เพราะมีแลนด์มาร์กต่างๆเต็มไปหมด เดินไปไหน ผ่านอะไร ก็จะอุทานตลอดว่าเหมือนในหนังเลย ให้ความรู้สึกว่ามาถึงอเมริกาแล้วจริงๆ

นอกจาก New York ระหว่างทำงานเราก็ได้ไปเที่ยวเมืองอื่น ๆ อยู่เรื่อย ๆ (เรื่อย ๆ ที่แปลว่าบ่อยมาก!)


 



Walt Disney World (Orlando, Florida) - ดินแดนแห่งความฝัน สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เข้าไปแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ ทุกอย่างเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายที่เคยอ่านตอนเด็กๆ ให้ความรู้สึกเหมือนได้เป็นเจ้าหญิงเลยยย เราชอบพลุที่ Magic Kingdom มากกกกก ๆๆๆๆ คือสวยมากจริงๆ ตระการตาสุดๆ ใครมาเที่ยวที่นี่ต้องมาดูให้ได้นะ!! …และที่เมืองเดียวกัน เราก็ยังได้ไป…

Universal Studios - ถ้าพูดถึงเครื่องเล่นหวาดเสียว ก็ต้องมาที่นี่ เราชอบที่เค้าทำให้การต่อคิวรอเครื่องเล่นที่แสนยาวนาน ไม่น่าเบื่อ ทุกขั้นตอน ทุกทางเดิน มีเรื่องราวของมันหมด เป็นครั้งแรกที่คิดว่า ถ้าเครื่องเล่นไม่มีคน ไม่ได้รอคิวคงเสียดายมากๆ และทุกตัวเครื่องเล่นก็สร้างสตอรี่ได้สุดยอดมาก ๆ เช่นกัน ประทับใจ อยากกลับมาที่นี่อีก



Work Life Done! เที่ยวต่อหลังจบงาน  
เสร็จงานปุ๊บ เราก็จัดทริปยาววว 10 วัน เที่ยวเมืองฝั่งตะวันออกของอเมริกา เริ่มจาก San Francisco สิ้นสุดที่ Los Angeles


รัฐ California
San Francisco - เรามีเวลาอยู่ที่เมืองนี้ไม่มากนัก มีโอกาสได้ไป Pier39 หรือท่าเรืออุ๋งๆ มีน้องแมวน้ำที่ขนาดตัวไม่น้องเลยนอนอยู่เต็มไปหมด  ได้ไปสะพาน Golden Gate เรารู้สึกได้ว่าเมืองนี้น่าอยู่ คึกคัก และมีสัดส่วนประชากรชาวเอเชียที่มากกว่าฝั่งตะวันออก จึงทำให้รู้สึกใกล้ชิดเหมือนได้กลับบ้าน

Yosemite National Park - เป็นอุทยานแห่งชาติที่บอกได้คำเดียวว่า “โคตรสวย” มองไปทางไหน ถ่ายรูปมุมไหนก็คือสวยมากๆๆๆๆ จริงๆ บรรยายยังไงก็คงไม่เห็นภาพ ต้องมาสัมผัสด้วยตาตัวเองถึงจะเข้าใจ

Los Angeles – จริง ๆ ที่นี่เป็นที่สุดท้ายของทริป แต่อยู่ในรัฐ California เลยเอามาไว้ตรงนี้ ฮ่าๆ เราได้ไปเที่ยว Santa Monica, หอดูดาว Griffith, Hollywood Walk of Fame ได้เห็น Hollywood Sign (จากไกลๆ) และที่นี่มีอาหารค่อนข้างหลากหลาย และมีย่านคนเอเชียเยอะมาก ๆ อีกด้วย



รัฐ Nevada
Las Vegas - เข้าไปถึงเมืองนี้ รู้สึกตัวเองเป็นคนบาปขึ้นมาทันที เพราะทุกพื้นที่มีแต่คาสิโน ไม่เว้นแม้แต่เซเว่น ฮ่า ๆ ใครริจะเล่นคาสิโน นอกจากจะต้องพกตังค์ไปแล้วยังต้องพกดวงไปด้วยนะ จากที่หวังว่าจะรวยไม่รู้เรื่องอาจจะขาดทุนไม่รู้เรื่องก็เป็นได้

Hoover Dam - เป็นเขื่อนที่อากาศร้อนจนตับละลาย แต่ก็สวยดีนะ อยู่ระหว่างรัฐ Nevada และรัฐถัดไปที่เราจะพูดถึงกัน…



รัฐ Arizona

Grand Canyon South Rim - สวยงามตามที่คิดไว้ ยิ่งใหญ่ไฟกระพริบมากๆ ได้เห็นน้องกวางตามข้างทาง เห็นธรรมชาติที่สวยงามจนไม่น่าเชื่อว่ามันเกิดขึ้นเอง

Antelope Canyon - เป็นอีกหนึ่งที่ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติ แคนยอนสีสวยรูปร่างแปลกตาตัดกับแสงจากดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดภาพที่สวยงามมากเลยทีเดียว และทำให้รู้ประโยชน์ของโหมดกล้อง Vivid Warm อีกด้วยว่าทำให้ภาพสวยอลังมากขึ้นขนาดไหนนน

Horseshoe Bend - จุดโค้งของแม่น้ำ Colorado เกิดการกัดเซาะทำให้มีรูปร่างคล้ายเกือกม้า สวยมากกกกก แต่กว่าจะไปเห็นวิวนั้นได้ เดินเหนื่อยมากเหมือนกัน แต่ก็คุ้มมากจ้า

เราโชคดีมากที่มีโอกาสได้มาทริปนี้กับเพื่อนๆ ถือเป็นการท่องเที่ยวที่จะเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งของเราเลย ขอบคุณที่ทำให้เราได้พบเห็นโลกที่ต่างออกไป วิวทิวทัศน์ที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ประสบการณ์แปลกใหม่มากมายที่ท้าทายอยู่ตลอดเวลา ทุกอย่างนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าเราไม่มีเพื่อนร่วมทางที่ดีขนาดนี้ จะจดจำทุกรอยยิ้มทุกเสียงหัวเราะตลอดการเดินทางในครั้งนี้ จนกว่าจะพบกันใหม่นะ 







We are #TeamOEG
การมา Work and Travel ของเราในครั้งนี้ แน่นอนว่าอยู่ดี ๆ อยากมาก็มาเองเลยเฉย ๆ นั้นมันเป็นไปไม่ได้ เราต้องติดต่อเอเจนซี่ที่ช่วยประสานงานให้ ส่วนตัวเราเป็นคนเลือกเยอะโดยนิสัยอยู่แล้ว จะตัดสินใจอะไรทีต้องคิดแล้วคิดอีก หลังจากที่หาข้อมูลอยู่นานก็ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการกับ OEG 
พี่ ๆ ดูแลดีมาก ดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อนสัมภาษณ์วีซ่า จนถึงอยู่ที่อเมริกาก็ยังถามไถ่อยู่เรื่อย ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนทิ้ง โดนเทแต่อย่างใด
ขอบคุณ OEG ที่ทำให้เราได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ ได้พี่ ได้น้อง ได้กลุ่มคนที่เป็นพื้นที่ของความสบายใจของเราเพิ่มขึ้นมาอีก



Epilogue: Till we meet again~
3 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ย้อนกลับไปก่อนจะเข้าร่วมโครงการ Work and Travel นี้ หากมีใครซักคนถามเราว่า ประเทศที่อยากไปที่สุดคือประเทศไหน คำตอบที่ออกจากปากแบบไม่ต้องผ่านสมองเลยก็คือ อเมริกา นั่นแหละอย่างที่เคยพูดไปว่ามันคือความฝันของเราตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว 

เรามีเวลาว่างหลังเรียนจบ ประมาณ 3 เดือน ก่อนที่เราจะเริ่มต้นบทบาทใหม่ของชีวิต (ซึ่งก็คือการทำงาน) และคงไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นอะไรขนาดนี้อีกแล้ว.. 


เราตัดสินใจไปตามความฝันของเรา เราลงทุนซื้อของขวัญชิ้นที่ใหญ่ที่สุดที่เคยซื้อมาให้กับตัวเอง

ถ้าถามว่าทำไมถึงไป Work and Travel สำหรับเราเราคิดว่าคำว่าคุ้มของคนเรามันต่างกัน มันอยู่ที่จุดประสงค์ของเราว่าเราอยากไปทำอะไร จริงอยู่ว่าเราไปอเมริกาเราก็อยากไปเที่ยวด้วยส่วนหนึ่ง แต่ที่มากกว่านั้นคือ.. 

เราอยากไปลองใช้ชีวิตที่นั่น อยากไปใช้ชีวิตให้สุด ๆ ดูซักครั้ง 
และคิดว่าคงไม่มีโครงการไหนเหมาะเท่านี้อีกแล้ว 
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเข้าร่วมโครงการ Work and Travel

 

แล้วตกลงว่าคุ้มมั๊ย? สำหรับเราคือ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เราเลือกที่จะทำงานในสถานที่ที่เรารัก นั่นคือสวนสนุก เราชอบสวนสนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เราอยากไปสวนสนุกทุกประเทศบนโลก สวนสนุกคือสถานที่แห่งความสุข สถานที่ที่มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ต่อให้งานมันจะหนักแค่ไหน วันนั้นเราจะเหนื่อยแค่ไหน แต่พอเราได้เห็นเด็กๆ เห็นผู้คนมากมายที่มีความสุขไปกับสถานที่แห่งนี้ และเราก็ได้เป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของความสุขของพวกเค้า แค่นั้นเราก็หายเหนื่อยแล้ว เราเลยอยากให้ทุกคนเลือกงานจากสิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะถึงวันไหนที่งานมันจะโหดร้ายกับเรา แต่อย่างน้อยก็ยังมีสิ่งที่เราชอบอยู่ในนั้น

นอกจากเรื่องการทำงานแล้ว เรายังได้มิตรภาพดีๆ จากผู้คนที่มาจากทั่วทุกมุมโลก ไม่น่าเชื่อเลยว่าระยะเวลาแค่ 3 เดือน จากผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จะกลายเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องที่มีแต่ความหวังดีให้แก่กันได้ เราได้ลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่เคยเป็น ได้ลองทำอะไรใหม่ ๆที่ ไม่เคยทำ โลกใบที่เราเคยเห็นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากโลกแคบ ๆ ที่เราเคยเห็น เราก็เห็นมันในมุมมองที่กว้างขึ้น และเข้าใจความเป็นไป เข้าใจความจริงของมันยิ่งกว่าเดิม

3 เดือนที่เราไปใช้ชีวิตที่นั่น เหมือนเราได้ใช้ชีวิตอยู่ในความฝัน เราได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่โคตรไม่เหมือนเดิมและแตกต่างมากๆ ได้ไปในสถานที่ที่เคยเห็นแต่ในหนัง แต่วันหนึ่งเราก็ได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ เป็นความรู้สึกที่ดีมาก เราไม่เสียใจเลยที่เลือกเข้าร่วมโครงการนี้ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เราก็จะไปอีก ขอบคุณทุกเรื่องราว รวมถึงผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา ขอบคุณที่มาเป็นความทรงจำและสีสันของชีวิต

ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ถึงแม้จะเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ 
แต่เราจะจดจำมันไปตลอดชีวิตจนกว่าจะพบกันใหม่นะ… USA

 


 

 

        



OEG ผู้บุกเบิกและผู้นำโครงการ Work & Travel USA ในประเทศไทย

Instagram: OEG_WorkAndTravel 
Facebook: OEGWorkAndTravel
Website: www.oeg.co.th 



สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ
โทร 02-263-3666 กด 1 แผนก Work & Travel
อีเมล WorkExchange@oeg.co.th



สำนักงานเชียงใหม่
โทร 053-328-117 หรือ 089-433-0979
อีเมล ChiangMai@oeg.co.th⠀
www.facebook.com/OEGCM

www.instagram.com/OEGChiangMai

เวลาทำการ: วันจันทร์ - วันศุกร์ / เวลา 9.30 - 18.00 น.

#OEG #TeamOEG #WorkAndTravel
#งานจริง #ตัวจริง #สัมภาษณ์จริง #ผ่านจริง⠀